แนะนำพิพิธภัณฑ์ วิวัฒนาการเงินตรา วิวัฒนาการการธนาคาร ต้นแบบธนาคารไทย ไทยพาณิชย์กับการก้าวสู่ยุคปัจจุบัน
บทนำ
ยุึคบุคคลัภย์
ยุคบริษัทแบงก์สยามกัมมาจลทุนจำกัด
ยุคธนาคารไทยพาณิชย์
ประวัติธนาคารไทยพาณิชย์ ช่วง 50-100 ปี
ธนาคารไทยพาณิชย์กับการพัฒนาการธนาคารพาณิชย์ไทย
ธนาคารออมสิน
ธนาคารแห่งประเทศไทย

บริษัท แบงก์สยามกัมมาจลทุน จำกัด เปิดดำเนินการ ในอาคารที่ทำการของบุคคลัภย์เดิม ที่ตำบลบ้านหม้อ ในปี พ.ศ. 2449 โดยมีพระสรรพการหิรัญกิจ เป็นผู้จัดการฝ่ายในประเทศ และนาย เอฟ คิเลียน ตัวแทนผู้ถือหุ้น ชาวต่างประเทศ สัญชาติเยอรมัน เป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ ในการเปิดดำเนินกิจการธนาคารขึ้นนี้ คณะผู้จัดตั้ง ได้ขอพระราชทาน ตราอาร์มแผ่นดิน มาเป็นตราประจำธนาคารมาตั้งแต่ต้น

การดำเนินธุรกิจนั้น แบงก์สยามกัมมาจล มีการรับฝากเงินตามปกติทั่วไป ของธนาคารพาณิชย์ แต่ที่พิเศษได้แก่ การเสนอให้ดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี แก่ลูกค้าที่มีเงินเหลือ ในบัญชีเดินสะพัด นับว่าลูกค้าจะได้ประโยชน์ จากเงินของตน ที่เหลือจากการหักบัญชีด้วยเช็คอย่างเต็มที่ บริการด้านนี้ ได้สร้างความนิยม ในหมู่ลูกค้าเป็นอย่างสูง

นอกจากนั้น ก็เป็นการให้สินเชื่อ เกี่ยวกับการค้า และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนกิจการโรงสีข้าว ซึ่งเป็นผลิตผลหลักของประเทศ เป็นสำคัญ

ในด้านของบริการ ที่ให้แก่การค้าระหว่างประเทศนั้น โดยที่ปริมาณการส่งข้าว ออกไปต่างประเทศ สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่เคยส่งออก เฉลี่ยเป็นจำนวน 3,850,000 หาบต่อปี ระหว่าง พ.ศ. 2418 - 2422 การส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น ถึงเฉลี่ยปีละ 14,760,000 หาบต่อปี ใน พ.ศ. 2450 ประกอบกับธนาคาร มีตัวแทนในทวีปยุโรป สามารถอำนวยความสะดวก ได้เป็นอย่างมาก ทั้งพ่อค้าข้าวทั้งไทยและจีน ซึ่งควบคุมการค้าข้าวของประเทศไทย ไว้ได้เกือบทั้งหมด มีความนิยมมาใช้บริการของธนาคาร มากกว่าจะไปติดต่อกับธนาคารอื่นๆ ซึ่งไม่สะดวก ในการใช้ภาษา ในการตกลงเงื่อนไขต่างๆ

ดังนั้นปริมาณธุรกิจ ด้านการค้าระหว่างประเทศ จึงเป็นธุรกิจ ที่สำคัญมากด้านหนึ่งของธนาคาร ในทันทีที่เปิดดำเนินธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้แบงก์สยามกัมมาจล ตกลงว่าจ้างให้ นาย พี ชวาร์ตเช่ (Mr. P.Schwarze) ชาวเยอรมัน ที่ธนาคารเยอรมัน สาขาเมืองเซี่ยงไฮ้ ส่งเข้ามาแทน นาย เอฟ คิเลียน เป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศต่อไป

หลังจากที่แบงก์สยามกัมมาจล เปิดดำเนินการ เป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรก และสามารถดำเนินงานได้ราบรื่น ก็เป็นตัวอย่าง ให้บรรดาผู้มีฐานะ และพ่อค้าชาวจีนในกรุงเทพฯ พากัน ยื่นขออนุญาต เปิดธนาคารพาณิชย์ขึ้น อีกหลายแห่ง ได้แก่ บริษัท แบงก์ยู่เส็งเฮง พ.ศ. 2450 บริษัท บางกอกซิตี้แบงก์ จำกัด พ.ศ. 2452 บริษัท แบงก์มณฑล จำกัด

การที่แบงก์สยามกัมมาจล ยังคงเปิดดำเนินการ ในอาคารเดิมของบุคคลัภย์ ในขณะที่มีปริมาณธุรกิจสูงขึ้น ทั้งมีพนักงานเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนมาก จึงทำให้จำเป็นต้อง แสวงหาที่ทำการใหม่

หลังจากซื้อที่ดินย่านตลาดน้อย ติดกับตำบลสำเพ็ง ย่านธุรกิจที่สำคัญ และสร้างสำนักงานชั่วคราวขึ้น เมื่อได้ย้ายเข้าไปทำงาน ในสำนักงานชั่วคราวแล้ว จึงลงมือก่อสร้าง สำนักงานแห่งใหม่จนแล้วเสร็จ

แบงก์สยามกัมมาจล จึงย้ายขึ้นไปทำการ ในตัวตึกสำนักงานตลาดน้อย ใน พ.ศ. 2453 และได้เปิดบริการด้านต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ได้แก่ เงินฝากสงวนทรัพย์ หรือเงินฝากออมทรัพย์ ขึ้นดำเนินการเป็นครั้งแรก ในประเทศไทย เพื่อช่วยให้ประชาชน รู้จักออมทรัพย์ ซึ่งมีที่เก็บที่ปลอดภัย และได้รับผลตอบแทนตามสมควรขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ริเริ่ม นำบริการเงินฝากประจำ เงินฝากเผื่อเรียก (Deposit at call) และการให้กู้เบิกเกินบัญชีขึ้นอีกเช่นกัน แต่อย่างไรก็ดี ในช่วงแห่งการขยายตัว ในด้านการให้บริการเพิ่มขึ้น ณ ที่ทำการชั่วคราวแห่งใหม่นี้ ผู้ถือหุ้นชาวต่างประเทศ ได้ขอถอนหุ้นทั้งหมด และผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ ก็ขอลาออก ดังนั้น แบงก์สยามกัมมาจล จึงไม่มีผู้ถือหุ้นสำคัญ เป็นชาวต่างประเทศมาตั้งแต่ครั้งนั้น


<< ย้อนกลับ    |    หน้าถัดไป >>
© สงวนลิขสิทธิ์ 2553 พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย